เมล่อน ผลไม้สีเขียวหน้าตาน่าทานที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และความชุ่มฉ่ำของเนื้อผลไม้ ทำให้เมล่อนเป็นผลไม้ขวัญใจของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบผลไม้เป็นชีวิตจิตใจอีกทั้งเมล่อนยังมีราคาแพงมาก ๆ

เมล่อน ผลไม้สีเขียวหน้าตาน่าทานที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และความชุ่มฉ่ำของเนื้อผลไม้ ทำให้เมล่อนเป็นผลไม้ขวัญใจของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบผลไม้เป็นชีวิตจิตใจอีกทั้งเมล่อนยังมีราคาแพงมาก ๆ

การปลูกเมล่อนในกระถาง

เมล่อน ผลไม้สีเขียวหน้าตาน่าทานที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และความชุ่มฉ่ำของเนื้อผลไม้ ทำให้เมล่อนเป็นผลไม้ขวัญใจของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบผลไม้เป็นชีวิตจิตใจอีกทั้งเมล่อนยังมีราคาแพงมาก ๆ

เมล่อน ผลไม้สีเขียวหน้าตาน่าทานที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ และความชุ่มฉ่ำของเนื้อผลไม้ ทำให้เมล่อนเป็นผลไม้ขวัญใจของใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบผลไม้เป็นชีวิตจิตใจอีกทั้งเมล่อนยังมีราคาแพงมาก ๆ ในที่นั่นอีกด้วย ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่าผลไม้ที่มีราคาแพงชนิดนี้สามารถปลูกในกระถางต้นไม้ภายในบ้านได้ ฟังดูอาจจะเป็นไปไม่ได้แต่มันสามารถทำได้ หากใครที่อยากมีผลไม้อร่อย ๆ ชนิดนี้ไว้ทานเองในบ้านแล้วล่ะก็ เรามาศึกษาวิธีการปลูกไปพร้อม ๆ กันเลยดังนี้

ฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหมาะสำหรับการปลูกผลไม้เมล่อนมากที่สุด โดยเมล่อนที่เราจะปลูกกันในวันนี้คือพันธุ์ปริ้นเซส ซึ่งวิธีการปลูกเมล่อนในกระถางต้นไม้มีดังต่อไปนี้

1.นำเมล็ดพันธุ์ปริ้นเซสไปเพาะไว้ในกระดาษทิชชูที่ชุบน้ำแบบหมาด ๆ จากนั้น นำไปใส่ในภาชนะและปิดฝาให้มิดชิดเพื่อกันน้ำระเหย รอประมาณ 2-3 วันแล้วค่อยเปิดดู หากพบว่ามีรากงอกออกมาจากเมล็ด ให้นำมาเพาะต่อในถาดเพาะต้นกล้า คอยรดน้ำเช้า-เย็น

2.เมื่อมีใบเลี้ยง 2 ใบและใบแท้อีก 2 ใบงอกออกมา ให้เตรียมกระถางใส่ดินให้พร้อม (ขนาด12 นิ้ว) และยุติการรดน้ำในช่วงเช้าของวันที่จะย้ายต้นกล้าลงสู่กระถางดิน

3.ผสมดินกับปุ๋ยคอกให้เข้ากันในอัตตราส่วน ดิน 8 ปุ๋ย 2 ใช้ปูนขาวปรับสภาพดิน จากนั้นนำไปตากไว้ประมาณ 7-10 วัน

4.คอยกำจัดวัชพืชในดิน

5.นำดินใส่กระถางแล้วเอาต้นกล้ามาปลูกใส่กระถางในช่วงเย็น จากนั้นรดน้ำต้นไม้หลังปลูกเสร็จทันที

สำหรับการปลูกนั้นหลังจากปลูกใส่กระถางได้สำเร็จก็ควรทำพื้นที่สำหรับให้ไม้เลื้อยได้ด้วย หากมีผึ้งมาตอมหรือแมลงที่ไม่ใช่ศัตรูพืชก็ไม่ควรไล่ เพราะมันจะช่วยผสมเกสร เวลาต้นของเราออกดอกและเมื่อต้นเริ่มติดผลก็อย่าลืมเพิ่มปริมาณน้ำให้เหมาะสมตามการเจริญเติบโต(ระวังอย่าให้จนมากเกินไปเพราะจะทำให้โคนเน่า) พร้อมกับตัดแต่งกิ่งแขนงไล่ตั้งแต่ข้อกิ่งที่ 1-8 และเหลือไว้แค่ข้อที่ 9-12 ก็พอ ก่อนรดน้ำตอนเย็นก็ควรโรยปุ๋ยยูเรียเพิ่มเข้าไปก่อนลดน้ำด้วย โดยหลังจากติดผลแล้ว 14 วันให้หันมาเปลี่ยนเป็นโรยปุ๋ย 13-13-21 ในขอบกระถางประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนลดน้ำตอนเย็นแทน


หากสังเกตุว่าลูกดูมีน้ำหนักและขยายใหญ่มากขึ้น ให้หาเชือกมามัดยึดกับค้างหรือไม้ยึดไว้ ใช้เวลาประมาณ 40 วัน ผลจะเริ่มมีการแตกลายและมีขนาดใหญ่มากขึ้น ซึ่งในจุดนี้ให้ระวังพวกแมลงวันทองให้ดีเพราะมันจะได้กลิ่นผลไม้และเข้ามาวางไข่ ทางที่ดีให้หาถุงห่อกันแมลงมาสวมไว้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *